คำถามยอดฮิต ผู้หญิงที่เป็นโรคลมชัก สามารถแต่งงานมีลูกได้มั้ย


หลายคนอาจจะสงสัยเรื่องของผู้หญิงที่เป็นโรคลมชัก จะสามารถมีลูก ได้หรือไม่ นี่เป็นเรื่องนึงที่ผู้ป่วยผู้หญิงที่มีอาการลมชักต้องตะหนักเป็นอย่างมาก ต้องกังวลในเรื่องนี้วันนี้เราจะมาหาคำตอบว่า ได้หรือไม่
โรคลมชักนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ฝ่ายชายจะไม่ค่อยต้องกังวลเท่าไหร่ แต่ผู้หญิงต้องคิดหนักหน่อยเพราะหากต้องการจะมีครอบครัว
ถ้าผู้หญิงที่เป็นโรคลมชัก ต้องทานยากันชักเพราะควบคุมอาการไม่ได้นั้น ควรต้องวางแผนครอบครัวเป็นอันดับแรก เพื่อป้องกันไม่ให้มีการตั้งครรภ์ เนื่องจากยากันชักทุกชนิด อาจส่งผลให้เด็กในครรภ์มีความพิการตั้งแต่กำเนิดได้ หากแม่ของเด็กเป็นโรคลมชักแล้ว แต่อาการไม่มี ทานยาดี แม่เด็กแข็งแรงโอกาสที่เด็กออกมานั้น มีโอกาส พิการ 2-3 % และหากมีอาการกำเริบอยู่ต่อเนื่องโอากาสทีลูกจะเป็นก็เพิ่มขึ้น ทางที่ดีคือ จะต้องคุมกำเนิดจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งการกินยาเม็ดคุมกำเนิดนั้น
ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาเม็ดฮอร์โมนคุมกำเนิด เพราะยาคุมกำเนิดและยากันชักจะมีโอกาสตีกันได้สูง ส่งผลให้ระดับยากันชักและยาคุมกำเนิดมีระดับลดต่ำลงจนไม่สามารถควบคุมการชักและป้องกันการตั้งครรภ์ได้ การคุมกำเนิดที่ดีได้แก่ การใช้ถุงยางอนามัย และใส่ห่วง เป็นต้น 

 ปัญหาที่พบบ่อยที่สุด คือ ผู้ป่วยตั้งครรภ์เรียบร้อยแล้ว จึงมาพบแพทย์ ผู้ป่วยก็จะถามผมว่าจะทำอย่างไรดี ลูกจะพิการหรือไม่ จะคลอดอย่างไร ต้องผ่าตัดหรือไม่ ต้องหยุดยาหรือเปลี่ยนยาหรือไม่

ความพิการตั้งแต่กำเนิดที่พบได้แก่ ความพิการใบหน้า ช่องปาก และที่รุนแรง คือ ความผิดปกติของกระดูกสันหลังและไขสันหลัง โดยความพิการทั้งหมดนั้น จะเกิดขึ้นตั้งแต่ทารกมีอายุครรภ์เพียง 8-10 สัปดาห์เท่านั้น ดังนั้น ถ้ามาพบแพทย์หลังจากตั้งครรภ์มากกว่า 8 สัปดาห์ การหยุดยากันชักหรือเปลี่ยนยากันชักก็ไม่มีประโยชน์อะไร

กรณีผู้ป่วยวางแผนที่จะตั้งครรภ์ แพทย์จะต้องเริ่มต้นจากการแนะนำ ถึงผลของการตั้งครรภ์ต่อโรคลมชัก ผลของโรคลมชักต่อการตั้งครรภ์ และผลของยากันชักต่อทารกในครรภ์

การตั้งครรภ์นั้นจะมีโอกาสกระตุ้นให้มีการชักบ่อยขึ้นถึง 1 ใน 3 ส่วน ผลของโรคลมชักต่อการตั้งครรภ์นั้นมีหลายประการได้แก่ การแท้ง คลอดก่อนกำหนด ทารกตัวเล็กน้ำหนักน้อยกว่าปกติ ส่วนยากันชักนั้นก็มีโอกาสเกิดความพิการตั้งแต่กำเนิดของทารกในครรภ์ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น

ถ้าผู้ป่วยและครอบครัวเข้าใจและยอมรับถึงผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ก็ต้องวางแผนเกี่ยวกับการใช้ยาและควบคุมอาการชักทีละขั้นตอน ดังนี้

    ปรับยากันชักให้เหมาะสมทั้งชนิด ขนาด และวิธีการทาน แนะนำให้ลดหรือหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นต่างๆ เพื่อให้ควบคุมอาการชักให้ได้
    ถ้ามีเวลาพอในการเตรียมการตั้งครรภ์ สามารถปรับเปลี่ยนยากันชักที่มีโอกาสเกิดความพิการตั้งแต่กำเนิดที่ร้ายแรง เช่น วาวโปลิคแอซิค หรือคาร์บาร์มาซีปีน เป็น ลาแมคทอล หรือลีวีไทราซีแทม
    ถ้าผู้ป่วยควบคุมอาการชักได้ดี และสามารถปรับลดขนาดยาลงได้ ก็ควรปรับลดขนาดยาก่อนที่จะตั้งครรภ์
    ควรให้กรดโฟลิคเสริม เพื่อลดโอกาสการเกิดความพิการของทารกในครรภ์ และถ้าสามารถติดตามระดับยากันชักได้ก็ควรทำ แต่ต้องแนะนำเสมอว่า ไม่ควรหยุดยากันชักเองโดยเด็ดขาด

เมื่อผู้ป่วยตั้งครรภ์แล้ว ต้องแนะนำฝากครรภ์กับสูติ-นรีแพทย์ และติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ ต้องมีการประเมินทารกในครรภ์ว่ามีความพิการเกิดขึ้นหรือไม่ ต้องระมัดระวังไม่ให้มีปัจจัยกระตุ้น เพราะถ้าชักอาจส่งผลต่ออาการทารกในครรภ์ และการแท้งบุตรหรือคลอดก่อนกำหนดได้

เมื่อครบกำหนดคลอดก็สามารถคลอดได้ตามปกติ ไม่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดคลอด ยกเว้นคลอดทางช่องคลอดปกติแล้วไม่สามารถคลอดได้ หรือมีข้อบ่งชี้การผ่าตัดคลอดหรือใช้คีมช่วยคลอดก็พิจารณาตามข้อบ่งชี้นั้นๆเป็นแต่ละรายไป

ถ้าเป็นไปได้ก่อนถึงกำหนดคลอด 1 สัปดาห์ แพทย์จะแนะนำผู้ป่วยมานอนโรงพยาบาล ให้วิตามิน-เค เพื่อป้องกันและลดโอกาสเลือดออกในทารก รวมทั้งสังเกตอาการเพื่อให้การรักษาได้ทันที ถ้าผู้ป่วยมีอาการชักเนื่องจากช่วงใกล้คลอดผู้ป่วยจะมีโอกาสชักได้บ่อยกว่าช่วงอื่นๆ

หลังคลอดต้องมีการติดตามระดับยากันชัก เพราะระดับยาจะมีการเปลี่ยนแปลงหลังคลอด สามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องระวังขณะให้นมบุตร เพราะถ้ามีอาการชัก อาจเกิดอันตรายต่อบุตรได้

ประสบการณ์ที่ผ่านมา ผู้ป่วยหญิงโรคลมชัก สามารถตั้งครรภ์คลอดบุตรได้ตามปกติครับ และบุตรก็สมบูรณ์ดีครับ ส่วนทารกที่พิการก็มักจะแท้งหรือคลอดก่อนกำหนด ซึ่งผู้เป็นแม่และครอบครัวก็เสียใจแต่มันก็คุ้มต่อการอยากมีบุตรมิใช่หรือ


เป็นโรคลม ชักจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร



ในการปฏิบัติของผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชัก นั้น หากทราบว่าตัวเองเป็นโรคลมชักให้ ปฏิบัติตัวตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยต่อตัวเอง เมื่อมีการกำเริบของอาการลมชัก ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้
1. การรับประทานยากันชัก มีความสำคัญมากในการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการกำเริบของโรค หรืออาการชักอีก สิ่งที่ต้องปฏิบัติได้แก่
1.1 รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
1.2 ห้ามหยุดยาเอง เพราะอาจเกิดอาการชักที่รุนแรงและอาจเสียชีวิตได้
1.3 เมื่อมีการไม่สบาย ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ควรปรึกษาแพทย์และควรบอกแพทย์ว่าเป็นโรคลมชัก รับประทานยาอะไรอยู่บ้าง อย่าหยุดยาเอง
1.4 สังเกตอาการข้างเคียงจากการใช้ยา ว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ ถ้ามีให้รีบพบแพทย์เป็นการด่วน เช่น ผื่นขึ้นทั้งตัว เวียนศีรษะ เห็นภาพซ้อน เดินเซ นอนมาก เหงือกบวมโต ซีด เหลือง ชาปลายมือปลายเท้า
1.5 ถ้าลืมรับประทานยาในวันเดียวกัน ให้รับประทานทันทีที่นึกได้ ถ้าข้ามวันแล้วจะมีอาการชักให้ปรึกษาแพทย์ ถ้าไม่ชักให้รับประทานต่อทันที และมื้อต่อไปให้ทานยาปกติ


2.การปฏิบัติตนที่เหมาะสม
เพื่อป้องกันการชักซ้ำ และคุณภาพชีวิตที่ดี เมื่อมีไข้สูงให้รีบทำการเช็ดตัวเพื่อลดไข้แล้วรีบทานยาลดไข้ อย่าอดนอน ผ่อนคลายความเครียด ความทุกข์ ลดการดื่มสุราและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ต่างๆ และสตรีที่เป็นโรคลมชักอาจจะชักบ่อยช่วงก่อน - หลัง มีประจำเดือน ให้ปรึกษาแพทย์ และควรพกบัตรแสดงตนว่าเป็นโรคลมชัก เมื่อออกจากบ้านเพื่อความสะดวกของคนรอบข้างและเข้าไปพบแพทย์ทุกครั้งที่แพทย์ทำการนัด

3. ข้อปฏิบัติสำหรับผู้ที่เกิดอาการชัก
3.1  หยุดกิจกรรมที่กำลังทำทันที เมื่อรู้สึกมีอาการชัก
3.2 บอกบุคคลใกล้ชิดขณะนั้นให้ช่วย (ถ้าทำได้)
3.3 นอนราบกับพื้นที่ไม่มีสิ่งกีดขวางวางกระแทกร่างกาย

4. การดำรงชีวิตอย่างคนปกติ ในขณะที่ไม่เกิดอาการชัก ให้ทำตัวเหมือนคนทั่วไป เช่น การเรียน การเล่นกีฬา แต่ควรเลี่ยงกิจกรรมบางชนิด เช่น การทำงานบนที่สูง เครื่องจักร การขับรถ อยู่ใกล้แหล่งน้ำหรือเตาไฟ การว่ายน้ำในทะเลหรือสระที่ไม่มีคนดูแล การดำน้ำเมืื่ออาการชักผู้ป่วยจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และหมดสติ เป็นอันตรายต่อชีวิตมาก

นี่คือสิ่งที่ผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชัก หรือ ลมบ้าหมูจะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

ความหมายของ..โรคลมชัก



โรคลมชัก เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของการนำของกระแสไฟฟ้าในสมอง ทำให้ผู้ป่วยมีความผิดปกติในหลายแบบตามตำแหน่งที่สองเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น การชักเกร็ง กระตุกทั้งตัว และหมดสติในที่สุด หรือคนอย่างเราๆ เรียกอีกอย่างงหนึ่งว่า โรคลมบ้าหมู อย่างที่เคยได้ยินคนบ้านๆ อย่างเราเรียกนี้เอง ซึ่งจะมีการชักเกร็งกระตุกในบางส่วนของร่างกาย เช่น แขน ขา ใบหน้า การนั่งนิ่ง เหม๋อลอยเป็นพักๆ รวมไปถึงพฤติกรรมแปลกๆ อาการดังกล่าว จะเป็นๆ หายๆ โดยใช้เวลาระยะสั้นๆ เช่น 1-3 นาที และมีอาการเกิดซ้ำ ดดยมีลักษณะคล้ายเดิม
  ซึ่งโรคลมชัก นั้นมีความสำคัญมากกับยุคปัจจุบัน เพราะหลายๆสิ่งหลายๆ ทั้งสังคม มลพิษ และอาหาร มีส่วนทำให้เราเกิดโรคได้ง่าย ดูแลรักษาสุขภาพของตัวเอง ออกกำลัง กินอาหารที่มีประโยชน์ คิดบวก จะช่วยให้เรามีความสุขแข็งแรง ปลอดโรค ครับ

บทความที่ได้รับความนิยม

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม