![]() |
| ภาพจาก http://www.thailandepilepsy.org |
คำถามที่ 1 โรคลมชักคืออะไร?
โรคลมชัก คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าในสมอง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการ หลายแบบดังนี้ เช่น ชัก เกร็ง ชักกระตุกทั้งตัว หมดสติ คนทั่วไปจะเรียกว่า "ลมบ้าหมู" การชักเกร็งหรือกระตุกเฉพาะส่วนของร่างกาย เช่น แขน ขา ใบหน้า
คำถามที่ 2 โรคลมชักเกิดจากสาเหตุอะไร?
- วัยแรกเกิดมีสาเหตุจากภาวะสมองขาดออกซิเจน การติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์
- วัยเด็กเล็กมักเกิดจากภาวะติดเชื้อในสมอง ไข้ขึ้นสู่
- วัยรุ่นเกิดจากอุบัติเหตุต่อศีรษะ เช่น มอเตอร์ไซค์ล้ม หรือ ไม่ทราบสาเหตุ
- วัยกลางคนเกิดจากภาวะเนื้องอกสมอ
- วัยสูงอายุเกิดจากโรคอัมพาต โรคหลอดเลือดสมอง และโรคเนื้องอกสมอง
คำถามที่ 3 โรคลมชักมีวิธีการรักษากี่วิธี?
- วิธีแรก คือ การรับประทานยากันชัก ซึ่งผู้ป่วยมากกว่า 95% รับประทานยากันชัก
- วิธีที่สอง คือ การผ่าตัดสมอง ในกรณีผู้ป่วยมีสาเหตุการชักจากสมองมีความผิดปกติ
คำถามที่ 4 ต้องรับประทานยากันชักนานเท่าใด?
โดยทั่วไปต้องรับประทานยากันชักติดต่อกันนานประมาณ 2 ปี นับจากควบคุมอาการชักได้ หลังจากนั้นจะค่อยๆลดขนาดยาลงอย่างช้าๆภายในระยะเวลา 6-12 เดือน สรุปแล้วผู้ป่วยต้องรับประทานยากันชักนานประมาณ 2 ปีครึ่งถึง 3 ปีนับตั้งแต่เริ่มรับประทานยากันชัก
คำถามที่ 5 การปฏิบัติตัวที่เหมาะสมเป็นอย่างไร?
การปฏิบัติตัวเป็นสิ่งที่สำคัญในการรักษาโรคลมชัก ผู้ป่วยต้องรับประทานยากันชักอย่างสม่ำเสมอ ห้ามหยุดยากันชักเองทันที ควรงดหรือลดความถี่การขับรถเพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าเกิดอาการชักขณะขับรถ กรณีเจ็บป่วยเมื่อไปพบแพทย์ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบว่าเป็นโรคลมชักและ รับประทานยาชนิดใด ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ควรอดนอน พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการเล่นกีฬาที่ต้องปะทะกัน กีฬาที่ผาดโผน หรือกีฬาทางน้ำ การปฏิบัติตัวที่ดีจะนำ ไปสู่การควบคุมการชักที่ดี
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://haamor.com/



0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น